วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2558

คุณครูที่ประสบความสำเร็จ

คุณครูในดวงใจ
ประวัติการของคุณครู
ชื่อ นาง นิตยา ผกามาศ เกิดวันที่12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2515

ภูมิลำเนา เป็นคนจังหวัดพัทลุง 
ประวัติการศึกษา
  -จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จากโรงเรียนสตรีทุ่งสง
  -จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนเหนือคลองประชาบำรุง
  -จบการศึกษาระดับอุดมศึกษา จาก มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ ภาคใต้ คณะ ศิลปศาสตรบัณฑิต ภาษาอังกฤษ

ประวัติการทำงาน 
 -บรรจุ ปี2538ที่ร.ร.ศึกษาสงเคราห์เขาพนม
 -ปี2541ย้ายมาร.ร.เหนือคลองประชาบำรุง
 -ปัจจุบัน ตำแหน่งครู ชำนาญการพิเศษ (คศ.3) ที่ โรงเรียนเหนือคลองประชาบำรุง

บทสัมภาษณ์


♥อาจารย์มีแนวคิดการสอนเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
    -ตั้งใจสอนให้นักเรียนได้ทั้งความรู้  มีคุณธรรม มีจิตสาธารณะ มีทักษะชีวิต 
สามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน ศึกษาต่อและประกอบอาชีพ
ส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่นและใช้สื่อเทคโนโลยีเพื่อศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติม

♥ทำไมอาจารย์ถึงเลือกที่จะเป็นครูค่ะ
     -เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มั่นคง สามารถสร้างคนให้เป็นพลเมืองดีของชาติ ภูมิใจทุกครั้งที่เห็นลูกศิษย์ได้ดี


♥ในความคิดอาจารย์ อาจารย์คิดว่า คำว่า ครู มีความหมายอย่างไรค่ะ
      -ครูเป็นผู้สอน เป็นผู้ชี้นำ เป็นผู้ให้ เป็นพ่อแม่คนที่สองของนักเรียน

♥อาจารย์คิดว่าการศึกษาในปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้างค่ะ
    -ปรับเปลี่ยนเร็วมาก โดยเฉพาะเรื่องหลักสูตร 

♥อาจารย์คิดว่าเราจะแก้ปัญหาของการศึกษาให้ดีขึ้นได้อย่าไรบ้างค่ะ
     -ควรเน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ ครูต้องปรับเปลียนกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริม
ให้ผู้เรียนรู้จักคิดและแก้ปัญหา ทีความรับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ ก้าวทันเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ 

♥หลังจากที่อาจารย์จบจามมศว.ภาคใต้ อาจารย์ไปเรียนต่อวิชาชีพครูที่ไหนค่ะ
    -ครูลงเรียนวิชาชีพครูเป็นวิชาเลือกเสรีครบตามที่เขากำหนดก็ไม่ต้องเรียนต่อครู
ทีสิทธ์เหมือนกับคนจบคณะศึกษาศาสตร์ทุกอย่าง
♥สุดท้ายนี้อยากให้อาจารย์ฝากถึงคนที่เรียนครูหรือกำลังจะเรียนครูหน่อยค่ะ
    -ก็ให้รักและศรัทธาในวิชาชีพ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่เพื่อศิษย์ ต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ทดสอบกลางภาคเรียน

ทดสอบกลางภาคเรียน

1.การศึกษาไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีสาระสำคัญอะไรบ้าง
ตอบ การศึกษาสมัยก่อนจะไม่มีระบบและแบบแผนมีวัดและบ้านเท่านั้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ ส่วนใหญ่ผู้ชายก่อนที่จะมีครอบครัว ผู้ชายจะต้องบวชเรียนเพื่อสืบสานประเพณีมาจนถึงปัจจุบันผู้หญิงจะเรียนเกี่ยวกับงานบ้าน การเย็บปักถักร้อย การแกะสลัก

2.สมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยาจัดการศึกษาเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ตอบ แตกต่างกัน เพราะ การศึกษาสมัยกรุงสุโขทัยได้เรียนวิชา  จริยศึกษา สอนศีลธรรม   พุทธศาสนา บาลีและภาษาไทยใหม่ส่วนการศึกษากรุงศรีอยุธยาได้เรียนวิชาการรบแบบตะวันตก ชาวต่างประเทศได้เข้ามาเผยแผร่ศาสนา และมีการเรียนต่อเรือ ดำน้ำอีกด้วย

3.อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการจัดการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีอะไรบ้าง
ตอบ มีผลให้การศึกษาไทยมีระบบแบบแผนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทำให้มีระบบศักดินาขึ้นได้มีการจัดระบบการศึกษาที่วัดและบ้าน  มีหน้าที่อบรมเด็กนักเรียน อีกทั้งได้ติดต่อกับฝรั่งชาติตะวันตก ค้าขายและเผยแพร่ศาสนา มีการจัดตั้งโรงเรียนสอนศาสนาคริสต์ ประดิษฐ์ตัวพิมพ์อักษรไทยขึ้นเป็นครั้งแรกรับวิชาการแบบยุโรป และแต่งแบบเรียนคือ จินดามณี เล่มแรกของไทย

4.การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีความก้าวหน้าอย่างไร.
ตอบการจัดการศึกษาในสมัยกรุงธนบุรี และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีการเปลี่ยนแปลงไม่เด่นชัดมากนัก ซึ่งการจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรี ชาวบ้านที่มีฐานะดีและข้าราชการ นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาเล่าเรียนที่วัด และการจัดการศึกษาตอนต้นรัตนโกสินทร์ ได้มีการริเริ่มนำวิทยาการใหม่ ๆ จัดพิมพ์ตำราเรียน เป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปการศึกษาของไทย

5.แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่ออะไร เกิดขึ้นในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
ตอบ จินดามณี เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทีมาของบทเรียนเล่มแรกคือฝรั่งเศษได้เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น พระองค์เกรงว่าคนไทยจะเข้ารีตและนิยมฝรั่ง จึงรับสั่งให้พระโหราธิบดีแต่งแบบเรียนภาษาเรื่องจินดามณีขึ้นมา

6.การจัดการศึกษาภาคบังคับมีลักษณะเป็นอย่างไร จงอธิบาย และให้เหตุผล
ตอบ การกำหนดขอบเขตของการศึกษาขั้นต่ำให้กับประชาชนทุกคน โดยกำหนดเป็นระยะเวลา 9 ปี เพราะว่าการศึกษาเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาศักยภาพของตัวผู้นั้น และช่วยให้ผู้นั้นสามารถปรับตัวในการใช้ชีวิตในสังคมได้

7.การศึกษาที่เรียกว่ามาติกาศึกษาเป็นอย่างไร จงอธิบายและยกเหตุผล
ตอบ      การศึกษาที่เรียกว่ามาติกาศึกษาเป็นการจัดการศึกษาซึ่งการศึกษามีศูนย์กลางอยู่ที่วัดเหมือนในสมัยกรุงศรีอยุธยา การศึกษาแบบมาติกาศึกษามีอยู่ 8 มาติกา คือ
            7.1.ตำบลที่เล่าเรียนคือที่ตั้งของวัด
            7.2.โรงเรียนคือ ที่เรียนในวัด เช่น หอฉัน หอสวดมนต์
            7.3.นักเรียนและครู มี 3 ประเภทคือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
            7.4.เวลาเรียนคือ ตอนพระว่าง
            7.5.เครื่องเล่าเรียนคือ กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายเป็นต้น
            7.6.วิชาหนังสือคือ หนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบ
            7.7.วิชาเลขคือ เลขคณิตวิธีต่าง ๆ
            7.8.ข้อบังคับการเรียนคือ ระเบียบวินัย การลงโทษ และการชมเชย

8.การศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับสมัยใด จงอธิบายและยกเหตุผล
ตอบ ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากประเทศนั้นต้องการหาคนที่มีความรู้ มีความสามารถมาเข้ารับราชการ เพราะต้องการพัฒนาประเทศและการศึกษาให้มีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น

9.การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบายและยกเหตุผล
ตอบ      เห็นด้วยกับการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคปัจจุบัน เพราะการปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันจะทำให้เปลี่ยนองค์กร องค์กรและตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ปฏิรูป 3 ระยะคือ จัดตั้งศูนย์ปฏิรูปการศึกษา เปลี่ยนสำนักปฏิรูปเป็นสำนักงานโครงการนำร่อง และประกาศเขตพื้นที่การศึกษาอีกทั้งปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษาทำให้เกิดการกระจายอำนาจให้สถานศึกษาและหน่วยปฏิบัติมีอิสระ คล่องตัวมากขึ้นประชาชน ภูมิปัญญาท้องถิ่น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร่วมจัดการศึกษา ปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทุกระดับ และผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นตามศักยภาพ

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาสู่ยุคสมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สำคัญอะไรบ้าง
ตอบ  ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของการจัดการศึกษาสู่สมาคมอาเซียน คือ การสร้างความตระหนักในหลักสูตรระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา โดยเฉพาะการพัฒนาในด้านภาษาต่างประเทศ การเตรียมบุคลากรครูและนักเรียนเพื่อรับรองและขยายโอกาสทางการศึกษา ที่สอดคล้องกับตลาดแรงงานและเศรษฐกิจของยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งมีความแตกต่างทั้งด้านภาษาและวัฒธรรม

วีดีโอการศึกษา

 1. ชื่อเรื่อง :ผมเกลียดโรงเรียน
-ข้อสรุปประเด็นที่ได้
            บุคคลที่ประสบความสำเร็จล้วนไม่มีหยุดการเรียนรู้ แต่ส่วนใหญ่อาจารย์ไม่เคยสอนให้นักเรียนคิดนอกกรอบหนังสือ ทำให้เด็กคิดนอกรอบไม่เป็น ต้องมีแต่การจำมากกว่าการคิดด้วยตนเอง แท้จริงแล้ว การที่จะเป็นคนที่จะสำเร็จได้นั้น ไม่จำเป็นต้องยึดกับใบปริญญาที่มีแต่การจำที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหา
นอกกรอบจากปัญหาที่เผชิญรอบตัว
-ข้อคิดที่ได้
            เราควรวางแผนกับการเรียนให้อย่างรอบคอบและนำไปปฏิบัติได้จริงและประสบสำเร็จด้วย

2. ชื่อเรื่อง : สตีฟ จ็อบส์
-ข้อสรุปประเด็นที่ได้    ต้องเชื่อมั่นและศรัทธาในบางสิ่งบางอย่างอย่างแน่วแน่ เพราะความเชื่อที่เรามีต่อจุดแต่ละจุดนั้น ในที่สุดมันจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเอง และมันจะให้ความมั่นใจทำตามสิ่งที่หัวใจคุณต้องการ ถึงแม้บางครั้งมันอาจจะพาคุณออกนอกเส้นทางบ้าง และสิ่งนั้นจะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน
-ข้อคิดที่ได้  
    แรงบันดาลเป็นสิ่งสำคัญที่สุดและแรงบันดาลเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีกันทุกคน เพื่อให้ถึงเป้าหมายข้างหน้า

3. ชื่อเรื่อง :บิล เกตต์
-ข้อสรุปประเด็นที่ได้
    ข้อที่1 ชีวิตของคนเรานั้นไม่เท่าเทียมเท่าไร
    ข้อที่2 ความสำเร็จที่เกิดจากตัวคุณเอง  
    ข้อที่3 อย่าหวังว่าเรียนจบแล้วจะได้ทำงานเงินเดือนเยอะ  
    ข้อที่4 การทำงานน่าเบื่อสุด  
    ข้อที่5 การคิดคำสแลงใหม่ไม่ใช่ความผิด  
    ข้อที่6 จงเรียนรู้ความผิดพลาด  
    ข้อที่7 จงช่วยกันแบ่งเบาภาระแก่ครอบครัว  
    ข้อที่8 ชีวิตเป็นการลองผิดหรือลองถูก
    ข้อที่9 ไม่มีวันหยุดให้เหมือนเรียนหนังสือ  
    ข้อที่10 จงเชื่อสิ่งที่เป็นจริง
    ข้อที่11 มีมิตรภาพกับความเนิร์ด
-ข้อคิดที่ได้
    การประสบความสำเร็จในหน้าที่ควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆก่อนและจงก้าวอย่างระมัดระวัง

4. ชื่อเรื่อง :อิชิตัน
-ข้อสรุปประเด็นที่ได้
    เชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดยังไม่เกิดและสิ่งที่ดีกว่ามีโอกาสเกิด เปิดโอกาสให้สำหรับคนที่มีความมั่นใจที่จะทำสิ่งที่แตกต่างให้โดดเด่นด้วยความคิดสร้างสรรค์ กล้าเสี่ยง ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจาการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ กล้าล้มเหลว  หลักการที่คุณตันยึดไว้เสมอคือ“ไม่มีอะไรเป็นไปอย่างที่เราคิด”ทุกครั้งที่เราผจญกับปัญหาและอุปสรรค  ถ้าเรามุ่งมั่นฝ่าฟัน มันมักจะมอบสิ่งตอบแทนอันล้ำค้าให้แก่เราคือ ประสบการณ์ที่หาซื้อไม่ได้เราต้องเรียนรู้ด้วยตนเอง
-ข้อคิดที่ได้  
    การมองโลกในแง่ดีและการกล้าเสี่ยงที่จะลงทุนมักทำให้คนเราประสบความสำเร็จ

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ดาวเด่นของการศึกษา



1. ชื่อเรื่อง : สัมภาษณ์ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ การเตรียมพร้อมเข้าสู่ AEC
    องค์ความรู้ที่ได้ : เศรษฐกิจไทยมีความหลากหลายที่สุดในการบริหาและแข่งขันในตลาดAEC ซึ่งประเทศไทยต้องพัฒนาในด้านต่างๆให้มีความเท่าเทียมกับต่างประเทศให้ได้ ปัจจุบันประเทศไทยขาดแรงงาน จึงต้องมีการปรับตัวอย่างมาก การพัฒนาการของประเทศเพื่อนบ้านทำให้คนไทยกังวล เพราะสมัยก่อนคนไทยไม่ได้ตกเป็นเมืองขึ้นของชาวตะวันตก จึงทำให้เกิดการวางใจในการพัฒนาตนเอง ซึ่งต้องเปลี่ยนวามคิดอย่างมาก และปัจจุบันกระบวนการคัดสรรค์คนเข้าทำงานมีประสิทธิภาพต่ำจึงต้องมีการยกระดับความตระหนักรู้ให้มีประสิทธิภาพ
       สิ่งที่ได้นำไปใช้พัฒนาตนเอง : นำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาในการใช้ภาษาต่างประเทศ ต้องตระหนักถึงความสำคัญของภาษาอาเซียน และพัฒนาทักษะความรู้ที่เราได้เรียนรู้มาประยุกต์ใช้


2. ชื่อเรื่อง: ประเทศไหนๆก็เร่งพัฒนาคน
องค์ความรู้ที่ได้: ประเทศไทยเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีการตื่นตัวมากที่สุดในบรรดาสมาชิกอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรบบุคคลากร การฝึกภาษาอังกฤษและยังรวมถึง การไปดูงานต่างประเทศ ประเทศไทยเราสามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ง่าย เช่น ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมนุษย์ที่ดีที่สุดของโลก เพราะชาวสิงคโปร์เป็นนักคิด นักลงทุน และผู้บริหารที่ดีเป็นอย่างมาก
สิ่งทีสิ่งที่นำไปใช้พัฒนาตน: สามารถนำไปศึกษาความรู้ที่เราได้ร่ำเรียนมาเพื่อนำไปพัฒนาตนในการประกอบอาชีพเพื่อนำไปใช้ในต่างประเทศได้


3. ชื่อเรื่อง : ดาวเด่นการศึกษาแห่งอาเซียน
    องค์ความรู้ที่ได้ :  ประเทศสิงคโปร์ได้ยอมรับว่ามีระบบการศึกษาที่ดีที่สุด ซึ่งมาจากการที่รัฐบาลและการอุดหนุนการศึกษาเสมือนการศึกษาแบบให้เปล่า  มีการเน้นคุณธรรมและศิลปวัฒนธรรม และคุณครูผู้สอนมีจิตวิญญาณความเป็นครูสูงมาก
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง: จะฝึกตนเองให้เป็นคนที่มีคุณธรรมและศิลปะควบคู่กันไป
ข้อคิดที่ได้
          การเรียนรู้ไม่ใช่การเรียนรู้ทางด้านวิชาการเพียงอย่างเดียว

4. ชื่อเรื่อง: การปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์
องค์ความรู้ที่ได้: การพัฒนาคนโดยใช้การศึกษาเป็นเครื่องมือ ซึ่งตอนนี้ทุกประเทศให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ประเทศเวียดนาม นับตั้งแต่เปิดประเทศเศรษฐกิจของเวียดนามก็มีการเติบโตไปอย่างรวดเร็วทั้งบริษัทห้างร้านต่างๆก็มีการขยายตัวสถาบันการศึกษาจึงรับหน้าที่เหล่านั้นเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบ
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง:ทำให้ตนเองมีการพัฒนาในทุกๆด้านเริ่มจากกระบวนการคิดและการตัดสินใจ
ข้อคิดที่ได้: การศึกษาในด้านที่ชอบและถนัดด มีพัฒนาการคิดควบคู่กับวิชาการ จะช่วยพัฒนามนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพการ

5. ชื่อเรื่อง
ประเทศไทยอยู่ตรงไหนก็อาเซียน
องค์ความรู้ที่ได้: จากการจัดลำดับการศึกษาในกลุ่มสมาชิกอาเซียน WEF ได้เผยข้อมูลว่าไทยอยู่ลำดับที่ 8 ของอาเซียน ซึ่งยังไม่นับรวมพม่าและลาว ซึ่งก็หมายความว่าประเทศไทยอยู่อันดับท้ายสุด  ประเทศไทยในทุกวันนี้มีสัดส่วนผู้รู้หนังสือเกินกว่าร้อยละเก้าสิบสาม เราจึงไม่ต้องกังวลเรื่องของการขยายโอกาสทางการศึกษามากนัก
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง
            ควรพัฒนาความสามารถของตนเองให้ถึงที่สุด
ข้อคิดที่ได้
            ความสามารถที่แท้จริงมีในตัวทุกคนแต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนที่จะพัฒนาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

6. ชื่อเรื่อง : สายสัมพันธ์ไทย - ลาว
    องค์ความรู้ที่ได้ : ประเทศไทยกับลาวเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากกว่าประเทศอื่นๆ ดังสายน้ำโขงที่ตัดกันไม่ขาด และมีการดำเนินชีวิตที่คล้ายเคียงกับไทยมากที่สุด เหมือนเป็นเพื่อนกันที่สุดไม่มีการแบ่งแยกขอบเขตกัน
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง : ได้เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของประเทศลาว
   ข้อคิดที่ได้ :  เราควรเป็นมิตรต่อกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

7. ชื่อเรื่อง : เยือนถิ่นอิเหนา
    องค์ความรู้ที่ได้ : ประเทศอินโดนีเซียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก และครอบครองทรัพยากรทางธรรมชาติอย่างมากมาย ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และมีวัฒนธรรมหลากหลาย และเป็นประเทศที่น่าสนใจในทางธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจทางด้านอาหาร อาทิ อาหารฮาลาล
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง: จะนำความรู้ด้านนโยบายมาใช้ในชีวิตประจำวัน
ข้อคิดที่ได้: ประเทศจะพัฒนาเร็วต้องส่งเสริมการบริโภคในประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศ

8.ชื่อเรื่อง:เที่ยวฟิลิปปินส์
องค์ความรู้ที่ได้: ฟิลิปปินส์ เป็นประเทศเกาะที่มีความโดดเด่นทางความสวยงามของธรรมชาติ เพราะเป็นประเทศที่มีหมู่เกาะน้อยใหญ่จำนวนมากและมีความสวยงามของธรรมชาติ และอีกทั้งมีความโดดเด่นทางด้านเศรษฐกิจ ประเทศนี้จึงเป็นศูนย์กลางทางราชการ เศรษฐกิจและคมนาคมทางอากาศและทะเล การทำธุรกิจของประเทศนี้จะทำกันที่เกาะเซบูเป็นหลัก และที่นี้ยังเป็นปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวเกาหลีใต้ ชาวญี่ปุ่นและชาวจีน
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง:จะเรียนรู้วัฒนธรรมความโดดเด่นของประเทศฟิลิปปินส์
ข้อคิดที่ได้:นำความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาไปพัฒนาประเทศของตนให้ดียิ่งขึ้น

9. ชื่อเรื่อง: เวียดนามเปิด เศรษฐกิจเกิด
องค์ความรู้ที่ได้:เวียดนามได้ปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องประกอบกับสภาวะการเมืองที่มั่นคง ส่งผลให้เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวอย่างรวดเร็วมีการเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจที่ใช้กลไกตลาดเป็นอย่างมากในปัจจุบัน

สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง: มีการปรับเปลี่ยนทัศนคติทำให้เราสามารถพัฒนาต่อเนื่องไปข้างหน้าได้
ข้อคิดที่ได้:การเปิดการเรียนรู้ทางความคิดของประเทศอื่นๆ อย่างเสรี

10. ชื่อเรื่อง:ร่วมกันพัฒนาตามประสาเพื่อนบ้าน (จับมือกันพัฒนาทั้งไทย ทั้งพม่า)
องค์ความรู้ที่ได้:ประเทศไทยกับพม่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี พม่าในยุคนี้สมัยนี้ถือได้ว่าเป็นปลายทางยอดนิยมของคนไทยเลยก็ว่าได้ สาเหตุหลักก็มาจากการนับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน ที่นี้ก็มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอยู่หลายแห่งและมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกด้วย
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง : รักษาความเป็นพุทธศาสนาไว้เพราะเป็นสิ่งที่ดีงาม
    ข้อคิดที่ได้ :  ควรมีความเชื่อใจกันและสามัคคีกันในทุกๆด้าน

11. ชื่อเรื่อง: ไทย-กัมพูชา ร่วมมือกัน
องค์ความรู้ที่ได้:ไทย และกัมพูชามีความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจในหลายมิติ  ASEAN จะเป็นเรื่องการจัดระบบและระเบียบทางการค้าและความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณสุขในลักษณะเป็นสากล
สิ่งที่นำไปพัฒนาตนเอง: การเรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละประเทศที่เป็นเพื่อนบ้านของเรา
ข้อคิดที่ได้:การร่วมมือช่วยกันพัฒนาทำให้ประเทศเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

การศึกษาโลก

การศึกษาในประชาคมอาเซียน

 คุยกับ ดำรง พุดตาล
         มาตราการศึกษาไทย การศึกษาในประเทศไทยเริ่มมีปัญหา ได้เห็นจุดแข็งจุดอ่อนของการศึกษา การศึกษาในประเทศไทยอยู่อันดับที่8ใน10ประเทศ คุณภาพของระดับปฐมศึกษาของโลกไทยอยู่อันดับที่86  การศึกษาในยุคปัจจุบันนั้นเราต้องสนใจการตลาดด้วยว่าการตลาดต้องการอะไร ครูคือคนที่สำคัญในการพัฒนาการศึกษาไทยสู่ประเทศอาเซียน

การศึกษาในประชาคมอาเซียน
        ตอนนี้ได้มีเทคโนโลยีได้เข้ามาแทนที่การศึกษาในหนังสือ ถ้าเรามีหนังสือเล่มเดียว เราจะมีแรงจูงใจให้กับคนอื่นได้อย่างไร กุญแจดอกใหญ่ดอกเดียวนำไปสู่ประตูโลกกว้างได้ เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนทั้ง10ประเทศสามารถเข้ามาในประเทศเราได้และเราสามรถเดินทางไปในประเทศอาเซียนโดยไม่มีค่าภาษี การปฏิรูปการศึกษาไม่ใช่แค่เขียนหลักสูตร แต่ปฏิรูปการศึกษาคือการเปลี่ยนวิธีคิด ถ้าคนไม่พร้อมจากรากหญ้า คนทั้งชาติก็จะไม่ประสบความสำเร็จ ผลงานจะเป็นตัวกำหนดว่าเราจะก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียนได้มากน้อยแค่ไหน

การศึกษาในประเทศสิงคโปร์
  การศึกษาในประเทศนี้เป็นที่น่าสนใจต่อ คนทั้งโลก การที่จะคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยนั้นต้องทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ ภาาาอังกฤษและภาษาจีน ค่าใช้จ่ายในการศึกษาถูก ค่าครองชีพแพงและมีระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกลที่ชาวต่างชาติจะเข้ามาศึกษาได้ สิงคโปร์จะพัฒนาการศึกษาต้องให้โอกาสการศึกษาที่เท่าเทียมกัน สิงคโปร์มีมาตราฐานการเรียนรู้สู่ระดับสากล

การศึกษาในเวียดนาม
      การศึกษาในเวียดนามเป็นการบูรณาการ เพื้่อให้เด็กเรียนรู้แบบสนุก มีหลักสูตรต้างภาษา 3ภาษา ทุกภาคการศึกษาครูต้องจัดความรู้เด็ก จะเปิดสอนไม่เกิน9ชั่วโมง เด็กจะมีการออกแบบการเรียน จะมีการบูรณาการภาษาอาเซียนลงในภาษาต่างประเทศ ในอนาคตเด็กๆจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาต่างประเทศได้

การศึกษาในประเทศลาว
     ก่อนที่จะถึงวันสอบของนักเรียนชั้นม.7 ความฝันของสุชาดาคือเธออยากเรียนการบัญชีการเงิน สมองต้องไว รัฐบาลได้ปรับแผนการศึกษาจากเมื่อก่อนชั้นมัธยมจะมีถึงม.6 ปัจจุบันได้มีม.7เพิ่มขึ้นมา เป็นการเตรียมตัวของประชาคมอาเซียน เด็กส่วนใหญ่จะเรียนกับครูที่สอนพิเศษและการติว

การศึกษาในประเทศมาเลเซีย

     ประเทศมาเลเซียเป็นประเทศที่มีความแตกต่างในด้านชาติพันธุ์ จึงพยายามหาแนวทางที่จะเป็นช่ติเดียวกัน การพัฒนาระบบการศึกษามีอัตราการศึกษา42% ล่าสุดผู้นำประเทศประกาศว่าให้มีการเรียนการสอนวิชาเต็มคือ วิชาคณิตศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาศาสตร์ ให้มีสัดส่วนการเรียน60% และลดวิชาอื่นให้เหลือ40%

การศึกษาในประเทศอินโดนีเซีย
       ปัจจุบันอินโดนีเซียรั้งท้ายประเทศอื่นอยู่ เนื่องด้วยมีทัศนคติในแง่ลบและมีปัญหาอื่นอีกเช่น โครงสร้างพืนฐานที่พัฒนาไปอย่างเชื่องช้าและระบบการศึกษาที่ไม่ได้ผล ปัจจุบันอินโดนีเซียได้เปลี่ยนวิธีคิดโดยเฉพาะด้านการศึกษา ควรเร่งบทเรียนสร้างความมีตัวตนของคนในสังคม ให้มีสัดส่วนมากถึง80% ด้านวิทยาศาสตร์20%

การศึกษาในประเทศฟิลิปปินส์
   ประเทศฟิลิปปินส์มาแรงเรื่องสถาบันสอนภาษา เมืองบาเกียวเป็นที่ขึ้นชื่อ ในเรื่องการศึกษา เพราะประชากรส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษาร้อยละ90 ส่วนมากจะเป็นชาวเกาหลี.การสร้างพื้นฐานสำคัญมากในการสือสาร.ซึ่งปัจจัยในด้านวัฒนธรรมก็มีส่วนช่วยให้ชาวเกาหลีเข้ามาที่นี้

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วิวัฒนาการการศึกษาไทย2

แบบฝึกหัดบทที่3

1.แนวคิดทางการศึกษาของไทยยุคก่อนมีระบบโรงเรียน มีสาระสําคัญอะไรบ้าง
ตอบ การศึกษายุคก่อนจะมีวัดเป็นแหล่งให้ความรู้ มีพระภิกษุเป็นผู้สอน เพียงเพื่อประกอบความรู้ ส่วนใหญ่จะไม่มีการจดบันทึก จะใช้ความจำมากกว่า คนสมัยก่อนจะให้ความสำคัญกับการเรียนวิชามากกว่าหนังสือ

2.สมัยกรุงสุโขทัยกับกรุงศรีอยุธยา การจัดการศึกษาเหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรอธิบาย
ตอบ แตกต่างกัน เพราะการจัดการศึกษาสมัยสุโขทัยจะเรียนวิชาจริยธรรม ศีลธรรม และวิชาที่ว่าด้วยเรื่องของพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่จะศึกษาในวัดหรือที่บ้าน ส่วนการจัดการศึกษาสมัยอยุธยา จะมีชาวต่างชาติมาติดต่อการค้า และสอนการต่อเรือ ช่วงสมัยอยุธยาได้มีการเผยแพร่ศาสนาคริสต์และมีการสอนแบบยุโรปิ

3.อิทธิพลชาวตะวันตกที่มีผลต่อการศึกษายุคก่อนมีระบบโรงเรียนมีอะไรบ้าง
ตอบ 1.การที่ชาวตะวันตกเข้ามาค้าขายในประเทศ
        2.ฝรั่งเศษได้มาเผยแพร่ศาสนาคริสต์
        3.ได้มีภัยคุกคามจากประเทศมหาอำนาจ


4.การจัดการศึกษาสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีความก้าวหน้าอย่างไร
ตอบ การจัดการศึกษาในสมัยกรุงธนบุรี และรัตนโกสิ นทร์ ตอนต้น มีการ
เปลี่ยนแปลงไม่เด่นชัด ชาวบ้านที่มีฐานะดีและข้าราชการ นิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาเล่าเรียนที่วัด
และการจัดการศึกษาตอนต้นรัตนโกสินทร์ เริ่มนําวิทยาการใหม่ๆ จัดพิมพ์ตําราเรียน เป็ นจุดเริ่มต้น
การปฏิรูปการศึกษาของไทยในสมัยต่อไป


5.แบบเรียนเล่มแรกของไทยชื่อ เกิดในสมัยใด ตรงกับรัชกาลใด มีที่มาอย่างไร
ตอบ  จินดามณี เกิดขึ้นในสมัยอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทีมาของบทเรียนเล่มแรกคือฝรั่งเศษได้เข้ามามีบทบาทในประเทศไทยมากขึ้น พระองค์เกรงว่าคนไทยจะเข้ารีตและนิยมฝรั่ง จึงรับสั่งให้พระโหราธิบดีแต่งแบบเรียนภาษาเรื่องจินดามณีขึ้นมา

6.การจัดการศึกษาภาคบังคับ มีลักษณะเป็นอย่างไร จงอธิบาย  ยกเหตุผล
ตอบ การศึกษาภาคบัวคับมีทั้งความรู้ด้านทฤษฎีและปฏิบัติ เพื่อมีจุดมุ่งหมายให้เรารับผิดชอบในหลายอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งมัธยมศึกษาไม่บังคับให้เรียนทุกคน

7.การจัดการศึกษาที่เรียกว่า มาติกาศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ มาติกาศึกษา มีอยู่8 มาติกาคือ
4.1 ตําบลที่เล่าเรียนคือที่ตั้งของวัด
4.2 โรงเรียนคือ ที่เรียนในวัด เช่น หอฉัน หอสวดมนต์ ศาลาการเปรียญ กุฏิและวิหาร
4.3 นักเรียนและครู มี 3 ประเภทคือ ภิกษุ สามเณร และศิษย์วัด
4.4 เวลาเรียนคือ ตอนพระวาง ่
4.5 เครื่องเล่าเรียนคือ กระดานชนวน ดินสอพอ กระดาษข่ายและปากกาไม้ไผ เป็ นต้น ่
4.6 วิชาหนังสือคือ หนังสือเรียนและหนังสืออ่านประกอบ
4.7 วิชาเลขคือ เลขคณิตวิธีต่าง ๆ
4.8 ข้อบังคับการเรียนคือ ระเบียบวินัย การลงโทษ และการชมเชย

8. การจัดการศึกษาที่มุ่งคนเข้ารับราชการตรงกับสมัยใด จงอธิบาย  ยกเหตุผล
ตอบ สมัยรัชกาลที่5 เพราะต้องการคนที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาประเทศให้มีความเจริญมากยิ่งขึ้น เพื่อที่จะนำความรู้ความสามารถนี้ไปใช้กับต่างชาติได้

9. การปฏิรูปการศึกษาในยุคปัจจุบันท่านเห็นด้วยหรือไม่ จงอธิบาย ยกเหตุผล
ตอบ เห็นด้วย เพราะปัจจุบันได้มีหลายอย่างเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นวัฒนสไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมด้านตะวันตก มีเทคโนโลยีเข้ามา ทำให้การรับรู้ข่าวสาร การเรียนรวดเร็วมากขึ้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลว่าจะใช้เทคโนโลยีในทางที่ถูกต้องหรือเปล่า บางคนใช้เทคโนโลยีมากจนทำให้ทุกวันนี้ใช้ภาษาไทยแบบผิดๆอยู่

10. ท่านเข้าใจการจัดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สําคัญอย่างไร
ตอบ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนทำให้แต่ละองค์กรตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ภครูลงเรียนวิชาชีพครูเป็นวิชาเลือกเสรีครบตามที่เขากำหนดก็ไม่ต้องเรียนต่อครู
ทีสิทธ์เหมือนกับคนจบคณะศึกษาศาสตร์ทุกอย่างาษาอังกฤษมากขึ้น ทำให้การศึกษามีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าเรามีความแข็งแรงทางภาษามากขึ้น เราก็จะมีโอกาสที่จะพัฒนาตนเองและสังคมไปสู่ประชาคมอาเซียนและเป็นประตูนำไปสู่สากลโลกได้




5.ดการศึกษาเข้าสู่สมาคมอาเซียน มียุทธศาสตร์ที่สําคัญอยางไร

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2558

สรุปย่อวิวัฒนาการศึกษาไทย ตอนที่1


วิวัฒนาการศึกษาไทย ตอนที่1
    ประวัติศาสตร์สมัยโบราณ
    การศึกษาสมัยนี้มีบ้านและวัดเป็นศูนย์กลาง บ้านเป็นศูนย์กลางในการขัดเกลาจิตใจสมาชิกในบ้าน วัดเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา โดยพระเป็นผู้อบรมสั่งสอนธรรมะ  ผู้ชายนิยมบวชเรียน ส่วนผู้หญิงนิยมเย็บปักถักร้อย
ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัย
     ประวัติศาสตร์สมัยสุโขทัยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ ผู้ชายเน้นบวชเป็นพระ ซึ่งศึกษาพระไตรปิฏกส่วนผู้หญิงเน้นการเป็นกุลสตรีที่ดี การเป็นแม่บ้านแม่บ้านเพื่อให้ตัวเองเป็นภรรยาที่ดีของสามี
ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
    ประวัติศาสตร์สมัยอยุธยาแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ
1. แบบทหาร เรียนเกี่ยวกับการใช้ดาบ ง้าว ศัตราวุธ ขี่ม้า ขี่ช้างและตำราพิชัยสงคราม เพื่อนำไปปกป้องการรุกรานจากต่างประเทศ
2. แบบพลเรือน พลเรือนชายจะศึกษาพระไตรปิฎก เลข ภาษาและโหราศาสตร์ โดยมีคำพูดที่ว่า “ถ้าไม่บวชเรียน จะไม่ได้รับราชการ” ส่วนผู้หญิงเรียนเพื่อออกเรือน เรียนพวกเย็บปักถักร้อย, ทำอาหาร, แกะสลัก เป็นต้น

ประวัติศาสตร์สมัยธนบุรี
    ศูนย์กลางการศึกษาอยู่ที่วัด พ่อแม่จะพาลูกไปฝากที่วัด โดยมีพระสงฆ์สอนหนังสือ  หนังสือที่ใช้ในการอบรมสั่งสอนมีหนังสือจินดามณี ด้านอาชีพ ลูกจะประกอบอาชีพจากพ่อแม่ ซึ่งถ่ายทอดแก่ลูก สตรีนิยมไม่ให้เรียนหนังสือ จะให้เรียนพวกเย็บปักถักร้อย พวกงานบ้านงานเรือนมากกว่า
ประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์
    พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยให้เด็กชายเข้าวัดให้เรียน อ่าน เขียน หลักคำสอนศาสนา ในสมัยนี้ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ แต่ก็ยังคงมีบางคนสามารถอ่านออกเขียนได้บ้าง
ประวัติศาสตร์สมัยใหม่

    เริ่มมาจากสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นำเอาการศึกษาตะวันตกมาเกี่ยวข้องในประเทศไทย มีการเลิกทาสโดยมีความทัดเทียมในการศึกษาและมีการให้ความสำคัญของการศึกษาจนปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามาแทรกแซงเกี่ยวกับการศึกษาไทยมากขึ้น อาจจะส่งผลถึงปัญหาในภายภาคหน้าก็เป็นได้